เกี่ยวข้าว เก็บความคิด : ข้าวสานธรรม เป็นยาบำรุงให้ชุมชนเข้มแข็ง

Spread the love
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

“โยม…ถ้าท้องมันร้องอยู่ แล้วจะไปถือศีลได้ยังไง”เสียงจากพระคุณเจ้าที่บอกเล่า ครั้งลงพื้นที่ผลักดันเรื่องโครงการหมู่บ้านศีล 5 กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ “ข้าวสานธรรม” ที่มูลนิธิไทยพึ่งไทยเดินหน้าผลักดันเรื่องปากท้องให้ชาวบ้านเกษตรกร

เมื่อได้ดำเนินโครงการ “ข้าวสานธรรม”มาสักพัก แรงผลักดันที่ทำให้ขับเคลื่อนโครงการต่อไปคงเป็นเพราะ “รอยน้ำตา”

“ทั้งชีวิตกว่า 75 ปี เคยขายแต่ข้าวเปลือก ไม่เคยขายข้าวสาร ปีนี้ได้ขายข้าวสารถึงมือผู้บริโภคโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางแล้ว” น้ำตาแห่งความปลื้มปิติของแม่สุวรรณ ทัพชัย ชาวนาจากบ้านหนองแก ตำบลลานสะแก อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ผลักดันให้รู้ว่า เราเดินมาถูกทางแล้ว

23 พฤศจิกายน 2560 มีโอกาสเดินทางไปเกี่ยวข้าวที่บ้านหนองแก จ.มหาสารคามอีกครั้งค่ะ หลังจากช่วงเดือนมิถุนายนได้ลงไปดำนา แม้ในหลายพื้นที่ประสบอุทกภัย รวงข้าวเสียหายจากน้ำท่วม แต่หลายสิ่งกลับไม่ได้เสียหายไปพร้อมกับสายน้ำ

การเกี่ยวข้าวครั้งนี้ มันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ไม่ใช่แค่การสร้างอาชีพ ให้ชาวบ้านขายข้าวสาร ซึ่งได้ราคาดีกว่าการขายข้าวเปลือก รวมไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เมื่อรายได้ดีขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น แต่มันไม่ใช่เพียงแค่นั้นนะคะ แต่ข้าวสานธรรมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งชุมชนค่ะ

“ข้าวสานธรรม ไม่ใช่แค่ต่อลมหายใจชาวนา แต่ยังสืบสานวัฒนธรรมชุมชนคงอยู่”

ก่อนเกี่ยวข้าว จะมีพิธีกรรมตามความเชื่อประเพณีที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา คือ พิธีขอขมาพระแม่โพสพและพระแม่ธรณี ก่อนที่จะเกี่ยวข้าว รวมถึงเป็นการสำนึกในบุญคุณแผ่นดิน ไม่ทำสิ่งไม่ดีลงผืนแผ่นดิน ซึ่งชาวนาที่ร่วมโครงการข้าวสานธรรม อยู่ในหมู่บ้านศีล 5 ที่ลดละเลิกอบายมุข ขณะเดียวกันก็ลดละเลิกการใช้สารเคมี สารพิษต่างๆที่ทำลายดินที่มีบุญคุณกับเกษตรกรด้วยเช่นกัน

จากวิถีที่เปลี่ยนไป จากการลงแขกเกี่ยวข้าว ร่วมมือร่วมแรงกันในหมู่บ้าน ช่วยกันเกี่ยวข้าว วิวัฒนาการของเทคโนโลยีทางการเกษตรที่ทันสมัยขึ้นก็ทำให้มีรถเกี่ยวข้าว ไร่ใครไร่มัน ก็จ้างมาเกี่ยวข้าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ทำเสร็จก็ไปขาย ความสามัคคีในส่วนนี้ก็หายไป

แต่ภาพที่ได้เห็นหลังจากมีโครงการ “ข้าวสานธรรม”ที่สัมผัสได้ แม้ว่าจะมีการจ้างรถเกี่ยวข้าว แต่ความสามัคคีในชุมชนที่คงอยู่คือ…

หลังจากเกี่ยวข้าวทุกคนจะนำข้าวจากไร่ของตัวเอง มารวมตัวกันทำ “พิธีบายศรีสู่ขวัญข้าว” ก็เพื่อเรียกขวัญพระแม่โพสพ ที่ตกตามท้องไร่ท้องนาเข้าสู่ยุ้งฉาง บูชาพระแม่โพสพ ป้องกันศัตรูพืชและสัตว์ทำลาย เพื่อให้ได้ผลผลิตมากในปีต่อไป เป็นความเชื่อประเพณีที่สืบต่อกันมา ที่ในหลายพื้นที่ต่างคนต่างทำไร่ทำนาก็ไม่ได้มีพิธีเช่นนี้ แต่ที่บ้านหนองแกที่ยังมีอยู่ เพราะข้าวเปลือกที่ชาวบ้านเก็บเกี่ยวได้นั้น จะต้องเอาไปสีที่วัด และเก็บไว้ในยุ้งฉางของวัดเป็นส่วนกลาง เพื่อเตรียมแพ็คห่อ และนำไปจำหน่ายถึงมือผู้บริโภค

 

ไม่เพียงประเพณีและวัฒนธรรมที่ถูกสานต่อ แต่รวมถึงสายสัมพันธ์สามัคคีของคนในชุมชนด้วย แต่ยังคงทำเกิดขึ้นในทุกกิจกรรมของโครงการ”ข้าวสานธรรม” เพราะพระครูปัญญาสราธิคุณ เจ้าอาวสวัดหนองแก ตำบลลานสะแก อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ยังเอ่ยปากถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านว่า…

 


“ข้าวสานธรรมไม่ใช่เพียงแค่ข้าวสารทั่วไปที่คนซื้อ ซื้อแล้วได้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นข้าวคุณธรรมสมชื่อ เพราะเมื่อมีโครงการนี้ ทำให้เกิดความสามัคคีในชุมชน ทั้งวัดเป็นยุ้งฉาง เป็นที่สีข้าวให้ชาวบ้าน โรงเรียนเมื่อนักเรียนว่างก็มาช่วยกันแพ็คข้าวสารให้ครอบครัวกันที่นี่ เกิดการเกื้อกูลกัน และอีกอย่างคือ การขายข้าวสารในราคาที่ดี ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้ชาวบ้านได้ลืมตาอ้าปาก มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”

สิ่งเหล่านี้คือ หนึ่งกำลังใจและแรงขับเคลื่อนของมูลนิธิไทยพึ่งไทย ในการให้โครงการข้าวสานธรรม จากเกษตรกรในหมู่บ้านศีล5 ที่ทำให้วันนี้ โครงการข้าวสานธรรม เดินหน้ามาเป็นปีที่ 4 และจะเดินหน้าต่อไป เพื่อความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยที่ดีขึ้นกว่าเดิมค่ะ